ข้อดีและข้อเสียสำหรับวัยรุ่นไทยที่คลั่งไคล้ศิลปินเกาหลี

ข้อดีและข้อเสียสำหรับวัยรุ่นไทยที่คลั่งไคล้ศิลปินเกาหลี

คำว่า “แฟน” ในภาษาอังกฤษ เรียกว่า Fanatic ซึ่งศัพท์คำนี้ เดิมมักจะเรียกกับบุคคลที่เคร่งศาสนา ต่อมาก็มีการใช้กับผู้ที่คลั่งไคล้ในเรื่องสาวกทางการเมืองแต่ในปัจจุบันใช้สำหรับผู้ที่คลั่งไคล้ในศิลปิน ดาราหรือนักร้อง จนมีการรวมตัวกันของกลุ่มที่ชื่นชอบศิลปินเดียวกัน เรียกว่า แฟนคลับ ไม่ว่าจะเป็น ทางออนไลน์เพื่อสื่อสารเกี่ยวกับศิลปินว่าจะมีการแสดงที่ไหนเพื่อจะได้ไปทำกิจกรรมร่วมกัน

ส่วนคำว่า ติ่ง บ่งบอกว่าทำตัวเป็นเด็กที่ไม่มีเหตุผล ซึ่งคำนี้มีที่มาจากทรงผมที่เปิดติ่งหูของนักเรียนหญิงระดับมัธยมต้น ซึ่งเราคิดว่าคุณคงได้ยินกันมาบ้างแล้ว คำว่า ติ่งเกาหลี คือ ผู้ที่คลั่งไคล้ในตัวนักแสดงหรือนักร้องเกาหลี บางครั้งมีความไร้เหตุผลบ้างเล็กน้อย ด้วยเหตุนี้ เราจึงมาบอกข้อดีและข้อเสียสำหรับวัยรุ่นไทยที่คลั่งไคล้ศิลปินเกาหลี ดังต่อไปนี้

ข้อดีสำหรับวัยรุ่นไทยคลั่งไคล้ศิลปินเกาหลี

เมื่อมีการติดตามนักร้องเกาหลีอยู่ก็จะทำให้ติดตามวัฒนธรรมเกาหลีไปด้วยว่าเป็นอย่างไร เช่น อาหารการกิน การดำรงชีวิตของคนเกาหลี ภาษาเกาหลี เป็นต้น นอกจากนี้วัยรุ่นไทยจะมองศิลปินเป็นไอดอลหรือบุคคลต้นแบบในการสร้างแรงบันดาลใจในการฝึกร้องเพลง เต้น เพื่อจะได้เป็นศิลปินในอนาคตให้เหมือนศิลปินที่ชื่นชอบ ทำให้คนที่เป็นติ่งเกาหลีมีโอกาสประสบความสำเร็จเหมือนกัน เพราะได้เห็นความมุ่งมั่นของนักร้องเกาหลีบางคนในการฝึกซ้อมให้พร้อมเพรียงอย่างหนักวันละ 10 ชั่วโมง แบบไม่ใช่วันสองวันหรือเดือนสองเดือน แต่ใช้เวลาหลายปี ซึ่งจะต้องมีร่างกายที่แข็งแรงมากเนื่องจากการแสดงแต่ละท่าจะต้องใช้พลังของกล้ามเนื้อ ส่งผลให้วัยรุ่นไทยเกิดความพากเพียรของตัวเองขึ้นมาบ้าง

ข้อเสียสำหรับวัยรุ่นไทยคลั่งไคล้ศิลปินเกาหลี

วัยรุ่นไม่ว่าจะเรียนอยู่ มัธยมต้น มัธยมปลายหรือมหาวิทยาลัย ที่คลั่งไคล้ในตัวนักแสดงหรือนักร้องเกาหลี ไม่ใช่เฉพาะแค่ดูคอนเสิร์ตที่มีราคาตั๋วแพง ประมาณ 4,000 – 6,000 บาท จนถึงขั้นยอมอดข้าวเพื่อนำเงินซื้อตั๋วเท่านั้น แต่ยังไปรอที่สนามบิน 3 – 5 ชั่วโมง และนั่งรถตามไปที่โรงแรม แถลงข่าวที่ไหนก็แห่ตามกันไปตลอด จนกระทั่งส่งกลับ ถึงขนาดซื้อตั๋ว First class ประมาณ 100,000 กว่าบาท เพื่อจะได้ไปส่งนักร้องเกาหลีเครื่องบินลำเดียวกันโดยเฉพาะวัยรุ่นอายุประมาณ 13 ถึง 15 ซึ่งเป็นวัยที่ฮอร์โมนในตัวสูบฉีด ทำให้ถึงขั้นโดดเรียนแต่เมื่ออยู่ในภาวะปกติก็เข้าเรียนหนังสือเหมือนเดิม ด้วยเหตุนี้ การคลั่งไคล้ศิลปินเกาหลีจึงเป็นข้อเสียทำให้วัยรุ่นใช้เวลามากเกินไปหรือเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์และยังเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

หากพ่อแม่คนไหนที่กังวล ควรมีวิธีรับมือกับลูกที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น ด้วยการเปิดใจทำความเข้าใจว่าเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับวัยรุ่นและรับฟังความคิดเห็นเนื่องจากสมัยพ่อแม่ตอนวัยรุ่นก็มีศิลปินที่ชื่นชอบอยู่ในใจจนต้องติดตามผลงานที่โดดเด่นเหมือนกัน นอกจากนี้ควรมองหาจุดเด่นประเทศของศิลปินมาพูดคุยกับลูกเพื่อนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต เช่น วง BNK48 ซึ่งเป็นศิลปินไทยแต่มีลักษณะสไตล์จากญี่ปุ่น ก็ให้นำข้อดีของประเทศญี่ปุ่นมาคุย อาจจะเป็นเรื่องการมีระเบียบวินัยการทำงาน การดำรงชีวิตประจำวัน ความตรงต่อเวลา ซื่อสัตย์สุจริต รวมถึงช่วยให้ลูกวางแผนแบ่งเวลา ด้วยการให้เขาตัดสินใจด้วยตัวเองก่อนว่าจะทำการบ้านหรืออ่านหนังสือวันละกี่ชั่วโมง เช่น 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็ค่อยถึงเวลาเปิดยูทูปชมศิลปินที่ชื่นชอบได้ ซึ่งเป็นการพูดคุยให้เข้าใจกัน แทนที่จะไปกำหนดหรือสั่งว่าต้องทำการบ้านให้เสร็จ ซึ่งจะทำให้เกิดการต่อต้านได้

การคลั่งไคล้ศิลปิน ถือเป็นเรื่องปกติในวัยรุ่น พ่อแม่ผู้ปกครองควรแนะนำลูกหลานให้รู้จักคิดอย่างมีเหตุผล อยู่ในความพอดี ไม่ให้กระทบการเรียนและการเงินส่วนตัว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *