ทำไมวัยรุ่นอยากทำศัลยกรรมพลาสติก

ทำไมวัยรุ่นอยากทำศัลยกรรมพลาสติก

หากคุณเคยมองในกระจกและคิดว่าใบหน้าของคุณจะโอเคกว่านี้ถ้าไม่ใช่เพราะจมูกแบนไป ปลายใหญ่ไป บางทีคุณอาจรู้สึกว่าหูคุณกางมากเกินไป อยากทำให้หูแนบศีรษะมากขึ้น บางทีใส่ใจเรื่องหน้าอกว่าจะเล็กหรือใหญ่เกินไป กังวลเรื่องสิวทิ้งรอยแผลเป็นหรือหลุมบนใบหน้า ความกังวลเรื่องลักษณะทางกายภาพทำให้วัยรุ่นจำนวนมากตัดสินใจทำศัลยกรรมพลาสติก ปีที่ผ่านมา วัยรุ่นอเมริกันกว่า 200,000 คน เข้ารับการศัลยกรรมพลาสติก อิทธิพลจากสื่อสังคมออนไลน์มีส่วนมากทีเดียว สมาคมการแพทย์ศัลยกรรมพลาสติกของสหรัฐจึงต้องกำหนดแนวทางการผ่าตัดเสริมความงามสำหรับวัยรุ่น ถ้าเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องพิจารณาปัจจัยหลายอย่างก่อนที่จะรับเข้าการผ่าตัด แพทย์ต้องมั่นใจว่าพ่อแม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจให้ วัยรุ่น ทำศัลยกรรมตามแบบที่ต้องการ ควรคุยอย่างจริงจังเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงร่างกายและผลลัพธ์ที่จะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา นอกจากนั้นต้องซักถามเรื่องค่าใช้จ่ายด้วย

ปัจจุบันวัยรุ่นหลายคนกำลังมองช่องทางทำศัลยกรรมพลาสติก ในอเมริกามีเด็กอายุระหว่าง 13 ถึง 19 ปี เข้าทำการผ่าตัดเสริมความงามจำนวน 229,000 รายในปี พ.ศ.2560 เป็นเงินกว่า 6.5 พันล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 11% นับเป็นครั้งแรกที่สมาคมการแพทย์ฯ เริ่มชั่งน้ำหนักในเรื่องวิธีทำศัลยกรรมพลาสติกให้วัยรุ่นได้อย่างปลอดภัย สำหรับการทำศัลยกรรมพลาสติกทั่วไปสำหรับวัยรุ่น ประเภทที่ไม่มีปัญหา ได้แก่ การผ่าตัดเสริมจมูก,การผ่าตัดริมฝีปากบาง,การผ่าตัดลดขนาดเต้านมสำหรับหญิงสาวที่มีหน้าอกใหญ่และอึดอัด , การผ่าตัดลดหูใหญ่ให้กับเด็กเล็กและวัยรุ่น แต่การผ่าตัดอื่น ๆ ต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ เช่น การผ่าตัดเสริมจมูกต้องดูช่วงอายุที่จมูกหยุดเติบโตแล้วสำหรับเด็กหญิงอายุ 15-17 ปีและเด็กชายอายุ 16-18 ปี

แพทย์ควรพิจารณาอายุและระดับการพัฒนาทางกายของวัยรุ่นในการผ่าตัดลดขนาดเต้านม เนื่องจากการเติบโตจะหยุดในช่วงวัย 11.8-18.9 ปี มีผู้ป่วยราว 72% ที่เห็นหน้าอกเติบโตขึ้นอีกหลังการผ่าตัดซึ่งจำเป็นต้องผ่าตัดซ้ำ แพทย์แนะนำให้วัยรุ่นรอจนกว่าจะถึงอายุ 18 ปีก่อนจึงทำการผ่าตัดเต้านม วัยรุ่นยังแสดงความสนใจการฉีดโบท็อกซ์ยกกระชับใบหน้า เพราะเห็นคนดังมีแก้มและริมฝีปากอวบอิ่ม ปรากฏการณ์นี้เป็นหนึ่งในแนวโน้มการทำศัลยกรรมพลาสติกที่ได้อิทธิพลจากโซเชียลมีเดียโดยตรง กระแสเซลฟี่มีผลให้วัยรุ่นดูแลรูปลักษณ์ภายนอกมากขึ้น เหตุผลสำคัญชี้ว่าเด็กมีปัญหาเรื่องการนับถือตนเอง มาตรฐานของเซลฟี่ต้องมีรูปหน้าสวย ปัญหาจมูก ริมฝีปากหรือคางเป็นแรงจูงใจให้ต้องการผ่าตัดทำศัลยกรรมพลาสติกมากขึ้น ปัญหานี้อาจขยายใหญ่สำหรับวัยรุ่นที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์บ่อย ๆ เพราะเด็กวัยรุ่นไม่ได้ตระหนักว่าคนสวยหล่อเหล่านั้นรู้จักใช้มุมกล้องและใช้โปรแกรม Photoshop เพื่อปรับภาพใบหน้าให้ดูดีขึ้น เรื่องนี้จึงต้องพูดคุยกันอย่างจริงจังก่อน อย่างน้อยควรลดความคาดหวังของวัยรุ่นที่เปิดหน้านิตยสารบอกว่าต้องการจะเป็นแบบนี้ อยากมีหน้าอกใหญ่เหมือนสาวเพลย์บอย พ่อแม่และแพทย์ต้องคุยกับเด็กให้เข้าใจว่า จะต้องอยู่กับรูปลักษณ์ของตัวเองไปชั่วชีวิต ไม่ใช่คิดแต่ความต้องการในปัจจุบันเท่านั้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *