ผลเสียจากการติดมือถือ วัยรุ่นกับโรคติดมือถือ

ผลเสียจากการติดมือถือ วัยรุ่นกับโรคติดมือถือ

ในปัจจุบัน วัยรุ่นแทบทุกคนจะต้องมีโทรศัพท์มือถืออย่างน้อยคนละ 1 เครื่อง ยังไม่รวมกับอุปกรณ์สำหรับติดต่อสื่อสารชนิดอื่น เช่น iPad หรือ Notebook ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเพื่อดูหนังฟังเพลงหรือ live สดได้ตลอดทั้งวันด้วย

การใช้อุปกรณ์เหล่านี้มากเกินไป จะทำให้วัยรุ่นยุคใหม่เป็นโรคโมโนโฟเบีย หรือ Monophobia ได้ เพราะมีความเคยชินกับการพกพาอุปกรณ์ที่ต้องเชื่อมต่อกับโลกโซเชียลอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง

มีการศึกษาพบว่า วัยรุ่นที่ติดการใช้มือถือหรืออุปกรณ์ในการสื่อสารมาก ๆ หากถูกยึดไม่ให้ใช้หรืออุปกรณ์เสียหาย จะมีความเครียดสูง อาจถึงขั้นตัวสั่น เหงื่อออก คลื่นไส้ ทำอะไรไม่ถูก วิตกกังวล หงุดหงิด โมโหง่ายมาก ทำให้กระทบต่อคนรอบข้าง ไม่มีสมาธิในการเรียนและการทำงาน ฯลฯ

จากการสำรวจพบว่า อาการดังกล่าวนี้มักเกิดกับกลุ่มวัยรุ่นอายุช่วงมัธยมปลายจนกระทั่งวัยทำงานอายุประมาณ 25 ปี เกือบครึ่งหนึ่งเลยทีเดียวซึ่งที่จริงแล้ว ไม่เพียงแค่วัยรุ่นไทยเท่านั้นที่เป็นโรคนี้ วัยรุ่นทั่วโลกก็ดูจะมีแนวโน้มไปในลักษณะเดียวกัน

ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของธุรกิจที่มีบริการให้ชาร์จแบตโทรศัพท์ได้ หรือสามารถนั่งใช้นั่งเช็คอินเตอร์เน็ตได้เป็นเวลานาน ๆ สังเกตได้ว่าจะมีกลุ่มวัยรุ่นเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ของร้านเหล่านี้เลยทีเดียว

หากตัวท่านหรือคนใกล้ตัวมีอาการเครียดมาก หงุดหงิด เมื่อแบตเตอรี่โทรศัพท์ใกล้จะหมด หรือเมื่อตื่นนอนจะมองหาโทรศัพท์เป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเช็คข้อความ สายที่ไม่ได้รับ LINE จากคนรู้จัก เช็คยอดไลค์-ยอดแชร์ ฯลฯ

และเมื่อได้เห็นสิ่งที่ต้องการ ก็จะอารมณ์ดี มีพลังงานในการทำงานตลอดวัน แต่ถ้าเห็นในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้คาดหวัง เช่น มีคนพิมพ์ตำหนิด่าว่าในสื่อโซเชียล หรือไม่มีการตอบไลน์จากคนที่คุยด้วยค้างไว้ ก็จะทำให้มีอารมณ์โมโห หงุดหงิดง่าย และขาดสมาธิในการเรียนหรือการทำงานไปตลอดทั้งวัน อย่างนี้เข้าข่ายเป็นโรคติดมือถือได้การใช้อุปกรณ์เหล่านี้มากเกินไป จะทำให้วัยรุ่นยุคใหม่เป็นโรคโมโนโฟเบีย

โรคติดมือถือยังมีผลต่อทางร่างกาย โดยเฉพาะเรื่องของดวงตา คือจะมีความเสี่ยงต่อการได้รับแสงสีฟ้าจากหน้าจอมากเกินไป มีอาการวุ้นในตาเสื่อม สายตาแห้ง สายตาพร่าเลือนจากการใช้สายตาเพ่งจ้องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะถ้าใช้ในห้องปิดไฟหรือในรถ ฯลฯ จะกระทบต่อการมองเห็นในระยะยาวได้ด้วย

วิธีช่วยให้วัยรุ่นลดจำนวนชั่วโมงในการใช้โทรศัพท์มือถือได้ คือการสนับสนุนจากครอบครัวและคนรอบข้างให้ทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น กีฬา ดนตรี ฯลฯ เพื่อให้ดึงความสนใจไปจากโทรศัพท์ และจะทำให้วัยรุ่นสามารถใช้เวลาและศักยภาพได้อย่างเต็มที่กับกิจกรรมต่าง ๆ รอบด้านมากขึ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *