แนะวิธีสอนลูกวัยรุ่นควบคุมอารมณ์ฝ่าวิกฤตโควิด

แนะวิธีสอนลูกวัยรุ่นควบคุมอารมณ์ฝ่าวิกฤตโควิด

วัยรุ่นเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ฮอร์โมนพลุ่งพล่าน อารมณ์แปรปรวน เมื่อต้องเก็บตัวจับเจ่าอยู่แต่ในบ้านช่วงโควิด-19 เด็กวัยรุ่นที่แสวงหาความเป็นอิสระและชอบใช้เวลากับเพื่อนฝูงจึงรู้สึกเครียด หงุดหงิด โมโหร้าย หรือกลายเป็นโรคซึมเศร้า พ่อแม่ที่ดูแลเด็กวัยรุ่นควรเข้าอกเข้าใจและยื่นมือเข้าช่วยเหลือบุตรหลาน แม้ว่าจะไม่มีสูตรสำเร็จในการช่วยวัยรุ่นจัดการอารมณ์ของตนแต่นับว่ามีประโยชน์ ช่วยให้เด็กผ่านสถานการณ์ยากลำบากไปได้ มีเคล็ดลับ 5 ข้อมาแนะนำกันดังนี้

1.ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ ให้ลูกวัยรุ่นได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ กระตุ้นให้ออกกำลังกายสม่ำเสมอและนอนหลับอย่างเพียงพอ อย่าปล่อยให้นอนทั้งวัน เพราะถึงแม้จะไม่ต้องไปโรงเรียนแต่ยังคงต้องเรียนออนไลน์ ทำการบ้านและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้มีความตื่นตัว ไม่เกิดความเหงา เบื่อหน่าย เป็นสาเหตุของโรคซึมเศร้า ช่วยลูกวางแผนและจัดสรรเวลาให้ชัดเจน

2.หากคุณกังวลว่าบุตรหลานจะเป็นโรคซึมเศร้า ควรรับฟังปัญหา รับรู้ถึงอารมณ์ ความวิตกกังวล ความเครียด พร้อมกับช่วยหาวิธีแก้ไข ตลอดเวลาที่มีการเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเคร่งครัด วัยรุ่นมักจะรู้สึกว่าตนเองสูญเสียชีวิตทางสังคม แต่ก่อนเคยสนุกกับช่วงเวลาดี ๆ ด้วยกันในชั้นเรียน พูดคุยเรื่องไร้สาระ วิ่งเล่นและทำกิจกรรมหรือออกไปเที่ยวสนุกกับเพื่อน เมื่อไม่มีช่วงเวลาดี ๆ แบบนี้ทำให้เด็กหงุดหงิดอารมณ์เสียใส่พ่อแม่บ่อย ๆ ลองคุยแบบเปิดใจกับลูกว่าพ่อแม่เข้าใจดี รู้ว่าการไม่ได้เจอเพื่อน ๆ เป็นเรื่องน่าผิดหวังและหาวิธีติดต่อกันเพื่อนอย่างปลอดภัย

3.ระหว่างเก็บตัวอยู่กับบ้านเป็นธรรมดาที่วัยรุ่นจะรู้สึกเศร้าและโดดเดี่ยวห่างไกลจากเพื่อนๆ ไม่ได้ไปโรงเรียนและทำกิจวัตรตามปกติ เกิดความกังวลว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร ชีวิตจะกลับมาเป็นปกติเมื่อไร แต่เด็กวัยรุ่นเติมช่องว่างได้โดยใช้โซเชียลมีเดียเป็นสื่อกลาง ดังนั้น ช่วงนี้พ่อแม่ควร ปล่อยให้ลูกใช้เวลากับโซเชียลมีเดียมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีกฎกติกาควบคุมความปลอดภัยด้วย

4.พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี พ่อแม่ที่ทำงานจากที่บ้านจะต้องแสดงให้ลูกเห็นว่าควรแบ่งเวลาอย่างไร ช่วงไหนทำงาน ช่วงไหนพักผ่อน ออกกำลังกาย ทำงานอดิเรกและกิจกรรมสนุก ๆ ร่วมกัน ร่วมกันพลิกวิกฤตเป็นโอกาสปรับตัวเองให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง ครอบครัวสามารถปรับเปลี่ยนกิจวัตรใช้ชีวิตอย่างยืดหยุ่นและอดทน รู้จักผ่อนคลายและควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้เป็นอย่างดี

5.วัยรุ่นจำนวนมากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 กลายเป็นคนเจ้าอารมณ์ตลอดเวลา ถ้าลูกวัยรุ่นจัดการกับอารมณ์ได้ดี พ่อแม่ควรชมเชยและขอบคุณที่ลูกให้ความร่วมมือในยามทุกข์ยาม แม้จะมีความยากลำบาก แต่ทุกคนในครอบครัวก็จับมือฝ่าฟันจึงผ่านพ้นไปได้ด้วยกัน

6.ในกรณีที่ลูกวัยรุ่นควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ หากพ่อแม่กังวลว่าลูกอาจเป็นโรคซึมเศร้าควรสังเกตอาการต่อไปนี้

-อาการปวดท้อง ปวดหัว หรืออาการเจ็บป่วยทางกายที่ไม่ชัดเจนซึ่งอาจสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้า
-แยกตัวออกจากสังคม หลบหน้าพ่อแม่ เริ่มแยกจากเพื่อนฝูงหรือเปลี่ยนกลุ่มเพื่อน
-การเรียนตกต่ำ เฉื่อยชาขาดแรงจูงใจอย่างเห็นได้ชัด
-วิจารณ์ตนเองบ่อย ๆ พูดถึงตนเองในแง่ลบ
-การใช้สารเสพติด แม้จะเป็นพฤติกรรมการอยากรู้อยากลองของวัยนี้ แต่ควรติดตามใกล้ชิดเพราะวัยรุ่นที่เป็นโรคซึมเศร้ามักจะพยายามรักษาตัวเองด้วยการใช้สารเสพติดเช่นกัน

ในช่วงวัยรุ่นเด็กส่วนใหญ่มีแนวโน้มแสดงพฤติกรรมเหล่านี้อยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นครบทุกข้อหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงอารมณ์และพฤติกรรมฉับพลันอาจเป็นสัญญาณของภาวะซึมเศร้าที่พ่อแม่ต้องรู้และนำเด็กไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาและทำการรักษาต่อไป